Tamaruya อร่อยเด็ดตำรับญี่ปุ่นกับเนื้อย่างชั้นดีจิ้มวาซาบิสด
อาหารญี่ปุ่น
2 กุมภาพันธ์ 2554
Views : 4771
แต่ละชนชาติต่างก็มีสิ่ง
ช่วยชูรสในมื้ออาหารแตกต่างกันไป ถ้าเป็นเมืองไทยก็ต้องน้ำพริกกะปิ
ส่วนกิมจิก็ของเกาหลี สำหรับญี่ปุ่นก็คงหนีไม่พ้น “วาซาบิ” ที่คนไทยจะคุ้นชินต้องจับมาเข้าคู่กับ โชยุ สำหรับจิ้มทานกับปลาดิบ
แต่ที่จริงแล้วชาวญี่ปุ่น ทานวาซาบิกับอาหารได้หลากหลายกว่านั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนำมาทานกับเนื้อย่างพร้อมน้ำจิ้มทาเระรสดี
เป็นเมนูที่แสนอร่อย เหมือนที่ร้าน "Tamaruya Honten" ทามารุยะ ฮอนเท็น
พูดถึงชื่อ ทามารุยะ ถ้า
เป็นคนที่คุ้นเคยกับประเทศญี่ปุ่น จะคุ้นชื่อกันดี เพราะทามารุยะ
เป็นยี่ห้อวาซาบิที่ดังที่สุดในญี่ปุ่น โดยก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2418
และสืบทอดกันมาถึง 5 เจเนอเรชั่น
ปัจจุบันนี้ทามารุยะเป็นเจ้าของไร่วาซาบิที่ใหญ่ที่สุดในเมืองชิสึโอกะ
เชิงภูเขาไฟฟูจิ แหล่งปลูกวาซาบิชั้นเลิศ เพราะมีน้ำเย็นไหลผ่าน
อากาศสะอาดบริสุทธิ์ และได้ดินอันอุดมสมบูรณ์ของภูเขาไฟ
ซึ่งวาซาบิของทามารุยะ เป็นสินค้าขึ้นชื่อประจำจังหวัด
ซึ่งนอกจากผลิตวาซาบิสดแล้ว เขายังแปรรูปวาซาบิ ออกเป็นสินค้ามากมาย อาทิ
ผักดองวาซาบิ น้ำสลัดวาซาบิ เกลือผสมผงวาซาบิ ขนม ฯลฯ
โดยมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ สำหรับคนญี่ปุ่นแล้วทามารุ
ยะจะขายผลิตภัณฑ์วาซาบิเป็นหลัก
แต่ที่เมืองไทยเราจะได้ลิ้มรสความพิเศษกว่านั้นอีก กับทามารุยะ ฮอนเท็น
หนึ่งในธุรกิจของทามารุยะ ที่เขาขยับขยายมาทำกิจการร้านอาหารญี่ปุ่น
โดยเปิดสาขาที่เมืองไทยเป็นสาขาแรกที่ชั้น 6 เซ็นทรัลเวิล์ด ฝั่งอิเซตัน
ทามารุยะ ฮอนเท็น ให้
บริการอาหารญี่ปุ่นหลากหลายเมนู
โดยเน้นที่เนื้อย่างสารพัดชนิดทานคู่กับวาซาบิสด
ซึ่งแตกต่างจากวาซาบิตามร้านทั่วไป
ที่ใช้แบบสำเร็จรูปหรือแบบผงที่จะมีรสชาติฉุนจัดและราคาถูกกว่ามาก
เพราะวาซาบิสดนำเข้าอย่างที่ร้านนี้ มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 4,000
บาทเลยทีเดียว และรับรองได้ว่าวาซาบิของร้านนี้สดใหม่จริง
เพราะจากรากต้นวาซาบิที่ชิซูโอกะ
เขาจัดส่งเสิร์ฟถึงมือคุณได้ฝนทานจิ้มเนื้อย่างในเวลาไม่เกิน 3 วัน
เท่านั้น นอกจากวาซาบิแล้ว
เนื้อย่างของที่นี่ก็อร่อยล้ำ โดยเป็นเนื้อนำเข้าจากออสเตรเลียและญี่ปุ่น
ที่ไม่ผ่านการแช่แข็ง
ดังนั้นเชฟจึงต้องมีความชำนาญในการสไลด์เนื้อให้ออกมาเป็นชิ้นสวยงาม
โดยเนื้อของที่ร้านจะไม่บางมาก
เพราะเนื้อที่จะนำมาย่างควรมีความหนากำลังพอดี
ไม่บางเฉียบเหมือนแบบที่ใช้ทำชาบู ชาบู
เนื้อที่หนาพอดีๆ
เมื่อผ่านการย่างพอสุกกำลังทาน (Medium Rare) จะนุ่มอร่อย
ซึ่งการย่างเนื้อแบบญี่ปุ่นจะย่างแบบจะคีบชิ้นเนื้อขึ้นย่างทีละชิ้น
รับประทานแล้วค่อยย่างชิ้นใหม่ จะไม่วางเนื้อเรียงย่างพร้อมกันหลายๆ ชิ้น
ซึ่งคุณอาจจะดูแลไม่ทั่วถึงและเนื้ออาจจะสุกเกินไป
ซึ่งคุณไม่ต้องกังวลใจว่าจะต้องเสียเวลารอเนื้อย่างสุก
เพราะเตาของร้านนี้ก็ผ่านการคัดพิเศษ นำเข้ามาจากญี่ปุ่นโดยเฉพาะ
มีจุดเด่นอยู่ที่นำความร้อนสูงได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงทั้งเตา
พร้อมทั้งมีระบบดูดควันที่จะไม่ทำให้กลิ่นติดตัวคุณออกจากร้าน
เมื่อย่างเสร็จ
เวลานำมารับประทานกับวาซาบิสดที่ทางร้านจะเสิร์ฟมาเป็นหัว
พร้อมที่ฝนซึ่งทำจากหนังปลาฉลาม
ซึ่งด้วยพื้นผิวแบบพิเศษเฉพาะตัวของหนังปลาฉลาม
ทำให้ฝนวาซาบิออกมาได้เนื้อละเอียด
ดึงเอากลิ่นและรสชาติของวาซาบิออกมาได้ดีที่สุด โดยให้คุณฝนทานเองที่โต๊ะ
วิธีฝนคือต้องฝนเป็นวงกลม น้ำหนักพอประมาณ
เพียงเท่านี้ก็จะได้เนื้อวาซาบิสดสีเขียวอ่อน มีกลิ่นหอม และรสชาตินุ่มนวล
โดยใส่จานไว้ต่างหากแยกกับน้ำจิ้ม
เวลาทานให้นำเนื้อย่างจิ้มวาซาบิด้านหนึ่ง และจิ้มน้ำจิ้มอีกด้าน
ซึ่งจะทำให้คุณได้รับทั้งรสชาติของวาซาบิและน้ำจิ้มได้อย่างเต็มที่และลงตัว
ที่สุด แล้วจึงทานพร้อมกับผักออร์แกนิกปลอดสารพิษของทางร้าน
นอกจากเนื้อวัว
(เนื้อสันนอก/สันใน ธรรมดา 150 บาท และ เนื้อสันนอก/สันใน พิเศษ 290 บาท)
แล้ว ทางร้านยังมีเนื้อต่างๆ ให้เลือกมากมาย ทั้งเนื้อหมู(120 บาท)
เนื้อไก่ (80บาท) หมูสามชั้น (150 บาท) เบคอน (120บาท)
เครื่องใน(100-150บาท) ลิ้นวัว (150บาท) ซีฟู้ดรวม (280บาท) กุ้ง(150บาท)
ปลาหมึก (150บาท) หอยเชลล์(150บาท)
เสริมด้วยเครื่องเคียง อาทิ
ซุป เรเมน ข้าวห่อสาหร่ายปลาแซลมอน หมี่เย็น ข้าวยำ
บะหมี่และข้าวแบบอาหารจานเดียว (ราคาประมาณ 150 - 250 บาท) ของหวานอย่าง
อัลมอนด์พุดดิ้ง ไอศกรีม ฯลฯ พร้อมเครื่องดื่มที่เหมาะกับเนื้อย่าง อย่าง
เหล้าบ๊วย สาเก เหล้าญี่ปุ่น โซจู เป็นต้น ในช่วงนี้เขามีโปร
โมชั่นอาหารกลางวันสุดคุ้ม ในช่วงเวลา 11.00 - 14.00 น.
สามารถเลือกเนื้อได้ 3 ชนิด พร้อมเสิร์ฟ ข้าว ซุป เครื่องเคียง ของหวาน
ในราคาเพียงท่านละ 260 บาท
PROFILE ชื่อร้าน :: ทามารุยะ ฮอนเท็น (Tamruya Honten) ที่ตั้ง :: ชั้น 6 เซ็นทรัลเวิลด์ ฝั่งอิเซตัน ถ.ราชดำริ เวลาทำการ :: 11.00 - 22.00 น. ความจุ :: 70 ที่นั่ง ห้องส่วนตัว 2 ห้อง เชฟ :: มร.โทรุ อาเบะ ติดต่อ :: 02 255 9713 >>> เรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับ “วาซาบิ”
วาซาบิ เป็น
เครื่องเทศที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศญี่ปุ่น
แต่เดิมวาซาบิเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติบริเวณแม่น้ำที่สะอาดในหุบเขา
ต่อมามีการแนะนำวาซาบิให้ทราบถึงสรรพคุณในตำรายาเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นที่
มีการบันทึกขึ้นเมื่อกว่าพันปีก่อน นอกจากนี้ในปี ค.ศ.1300
เริ่มมีการรับประทานวาซาบีควบคู่กับปลาดิบกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมี
การคิดค้นเมนูซูชิขึ้นในสมัยเอโดะ
วาซาบิที่มีรสชาติเผ็ดขึ้นจมูกเพียงชั่วครู่ และมีสรรพคุณเป็นยา
สามารถใช้ถอนพิษได้ด้วยรสชาติ
ด้วยสรรพคุณดังกล่าววาซาบิจึงกลายเป็นวัตถุดิบที่ขาดไม่ได้ในอาหารญี่ปุ่น ในการรับประทานวาซาบิ
ต้องทำการฝนวาซาบิอย่างละเอียดจนได้เนื้อเนียนนุ่มแบบครีม โชยกลิ่นหอม
แต่มีรสเผ็ด ซึ่งแตกต่างกับความเผ็ดของพริกอย่างสิ้นเชิง
วาซาบิจะระเหยได้ง่ายหากโดนน้ำและความร้อน : สรรพคุณของวาซาบิ - ใช้ยับยั้งเชื้อโรค และเชื้อรา ลดการแพร่พันธุ์ของเชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ - ใช้ยับยั้งพยาธิ หยุดการเกิดพยาธิที่อาศัยอยู่ในสัตว์ทะเล - ใช้ยับยั้งมะเร็งกระเพาะอาหาร หยุดการเจริญเติบโต และการกระจายตัวของเซลล์มะเร็งในกระเพาะอาหาร - ใช้ป้องกันเส้นเลือดตีบ ป้องกันเลือดแข็งตัวเป็นก้อน และคาดว่าจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการป้องกันเส้นเลือดอุดตันด้วย นอกจากนี้ยังใช้กระตุ้นการดูดซับในระบบย่อยอาหาร ป้องกันการท้องเสีย และทำให้กระดูกแข็งแร (อ้างอิงจาก “วาซาบิของชิสุโอกะ” จัดพิมพ์โดยจังหวัดชิสุโอกะ) - ที่ฝนวาซาบิที่ทำจากหนังปลาฉลาม วาซาบิยิ่งฝนละเอียดมาก
เท่าใดก็จะยิ่งได้รสชาติเผ็ดและกลิ่นหอมของมันมากขึ้นเท่านั้น
ในอดีตช่างไม้ที่ญี่ปุ่นได้ใช้หนังฉลามนำมาแปรรูปติดบนพื้นผิวของไม้
พบว่าหนังฉลามสามารถฝนวาซาบิได้ละเอียดกว่าอุปกรณ์อื่นๆ
นับจากนั้นเป็นต้นมาที่ฝนวาซาบิที่ทำจากหนังฉลามก็เป็นที่นิยม
ถือเป็นอุปกรณ์ที่สามารถดึงเอารสชาติของวาซาบิออกมาได้ดีที่สุด
และกลายเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในร้านอาหารญี่ปุ่น
ที่มา: http://www.celeb-online.net