หลังจากบริษัทโซนี่ คอมพิวเตอร์
เอนเตอร์เทนเมนต์นำเสนอเครื่องเล่นเกมพกประจำกายตัวใหม่ที่ใช้ชื่อโค้ดเนม
ว่า “NGP” หรือ Next Generation Portable เมื่อวานนี้
(27ม.ค.)ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นไปหมาดๆ แน่นอนว่ามันย่อมมีประเด็นรายละเอียดอื่นๆที่ตกหล่นหรือชวนให้สงสัยกัน เราไปลองตามเก็บกันเลยดีกว่า
หนึ่งในช่องทางที่จะทราบข้อมูลเพิ่มเติมลึกๆของเจ้า NGP จอทัชสกรีน
OLED ขนาด5 นิ้ว
คงหนีไม่พ้นการไปตามสัมภาษณ์เหล่าผู้บริหารใหญ่จากค่ายโซนี่ เริ่มกันที่
“ชูเฮย์
โยชิดะ”หัวหน้าผู้คุมสตูดิโอพัฒนาเกมทั่วโลกของโซนี่ที่มาเปิดเผยว่า NGP
มีความใกล้เคียงกับเครื่องเกมรุ่นใหญ่อย่าง PS3 มากขึ้น ระยะห่างมันมากกว่า
PSP กับ PS2 เสียอีก
เนื่องจากต้องการจะช่วยเพิ่มความง่ายในทางเทคนิคให้กับนักพัฒนาเกมที่จะนำ
เกมจาก PS3 มายัง NGP
สำหรับสาเหตุที่หันมาใช้จอ OLED หรือ Organic light emitting diode
แทนการใช้จอ LCD ก็เพราะว่ามันช่วยทำให้สีสันปรากฏบนจอได้ไม่ผิดเพี้ยน
และลดการบริโภคพลังงานลงเพื่อยืดเวลาการใช้แบตเตอรี่ออกไปทั้งนี้
แม้ว่าโซนี่จะไม่บอกรายละเอียดเรื่องพลังของแบตเตอรี NGPอย่างเป็นทางการ
แต่จากการรายงานของหลายๆเว็บต่างก็บอกว่ามันจะใช้งานได้พอๆกับแบตฯของ
เครื่อง PSP-3000 ราวๆ3-6 ชั่วโมง
ส่วนประเด็นเรื่องซอฟต์แวร์เกมของ NGP จะมีในฟอร์แมตใดบ้าง
โยชิดะตอบว่า มีทั้งในรูปแบบของการ์ดเกมแบบใหม่ที่เห็นกัน
และแบบดิจิตอลที่ต้องซื้อด้วยการดาวน์โหลดผ่านเพลย์สเตชัน สโตร์
โดยมีความเป็นไปได้ที่เกมหนึ่งจะมีทั้ง 2 แบบให้เลือก
โยชิดะบอกอย่างชัดเจนว่า NGP จะมี 2 สลอตในตัวเครื่อง
อันหนึ่งจะเอาไว้เสียบเกม การ์ด และอีกช่องหนึ่งเอาไว้เสียบเมมโมรี การ์ด
(โซนี่เรียกว่า “มีเดีย การ์ด”)ซึ่งในตอนนี้ยังไม่ขอเปิดเผยให้ทราบ
นั่นก็หมายความคุณจะสามารถเก็บข้อมูลส่วนตัวของเราลงไปภายในมีเดียการ์ด
อย่างพวกวิดีโอ,ภาพ และสิ่งที่ดาวน์โหลดมา
แต่หากจะเล่นเกมก็ต้องใช้เกมการ์ดใส่เข้าไป
กรณีที่มีคอนเทนต์ให้ดาวน์โหลดพิเศษสำหรับซอฟต์แวร์เกมใดเกมหนึ่งออกมา
เราสามารถบันทึกมันลงไปในเกมการ์ดได้เลย
เนื่องจากมันจะมีพื้นที่เพิเศษสำรองไว้ให้
ส่วนราคาทั้งคู่ก็ยังไม่ขอบอกเช่นกัน
ผู้เล่นสามารถเล่นเกมเก่าของ PSP
ได้จากเวอร์ชันดิจิตอลที่โหลดมาจากเพลย์สเตชัน สโตร์
แต่มันไม่สามารถเล่นเกมจากแผ่น UMD เก่าได้ เนื่องจาก NGP ไม่มีไดรฟ์เล่น
UMDในตัว ส่วนระบบสัมผัสจอหน้า-แผ่นหลังเครื่องนั้น
บางเกมผู้เล่นสามารถใช้นิ้วมือรูดดึงพร้อมกันทั้งหน้า-หลังในคราวเดียวกัน
ได้เลย (อย่างเกมLittle Deviants ที่นำมาโชว์ในงานแถลง)
ด้านระบบการเชื่อมต่อของ NGP นั้น จากบทสัมภาษณ์ของแอนดรูว์ เฮาส์
ประธานโซนี่ คอมพิวเตอร์ เอนเตอร์เทนเมนต์ ยุโรประบุว่า นอกเหนือจากNGP
มีเครื่องที่ใช้ ทั้ง3Gและ Wi-Fi ได้แล้ว มันจะมีเครื่องเวอร์ชันที่มีเฉพาะ
Wi-Fi ออกมาให้เลือกด้วย คล้ายๆไอแพด
แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนถึงพื้นที่ในการวางจำหน่าย
ปัจจุบันกำลังมองหาพาร์ตเนอร์ผู้ให้บริการ 3G มาจับมือร่วมกันอยู่
สำหรับราคาขาย NGP นั้น
บรรดานักวิเคราะห์ได้ลองนั่งเดาว่ามันอาจจะอยู่ระหว่าง 300-350 เหรียญสหรัฐ
(9,300-10,900บาท)
แผนหนึ่งที่โซนี่หมายมั่นว่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้เกมตัวเองน่าจะเป็น
"PlayStation Suite" (PS Suite)
เพื่อนำเกมของเพลย์สเตชันไปโผล่บนเครื่องต่างๆที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอน
ดรอยด์ 2.3 จะเห็นได้ว่าสอดรับเครื่อง“Xperia Play”ของบริษัท“โซนี่
อิริคสัน”ที่ใช้ระบบนี้เหมือนกัน โซนี่จะเปิดร้านเพลย์สเชัน
สโตร์เพื่อขายเกมทั้งเก่าและใหม่ป้อนให้แอนดรอยด์
พร้อมกับให้สิทธิ์ในโปรแกรม"PlayStation Certified" กับนักพัฒนาเกมที่สนใจ
โดยมีสิทธิ์จะได้ใช้โลโก้เพลย์สเตชันและเครื่องหมายปุ่มกด อีกทั้ง NGP
ก็ยังสามารถเล่นเกมของ PS Suite ได้ด้วย
เชื่อว่าคงจะมีเหล่าเกมแคชวลทยอยออกมาให้เล่นกันเพียบแน่นอน
เมื่อถามว่าทำไมถึงไม่นำ 3D มาบวกเพิ่มใน NGP โยชิดะบอกว่า
มันเกี่ยวข้องกับราคาของจอด้วย
และพวกเขาก็ค่อนข้างพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วถึงความสำคัญที่จะเพิ่มลงไป
ความจริงพวกเขาก็ได้ลองศึกษาถึงความเป็นไปได้เหมือนกัน
สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่ใส่ลูกเล่น 3D เข้าไปใน NGP โดยโซนี่จะเน้นไปที่ 3D
บนทีวีจอใหญ่มากกว่า
ปิดท้ายด้วยประเด็นการโทรศัพท์ได้อย่างพวก Skype ที่เคยเห็นมีใน
PSP โยชิดะบอกว่า
ตอนนี้บริษัทมุ่งไปที่การพัฒนาเกมให้เยอะๆและพวกบริการทางเน็ตเวิร์กก่อน
จึงไม่ขอกล่าวถึงมันในตอนนี้
และเปิดเผยอีกว่าขณะนี้ตัวเครื่องยังไม่ถูกผลิตในโรงงานในเร็ววันนี้
แต่จะเริ่มลงมือทำมันในช่วงปลายปี