เจเนอเรชันที่ 1
ปี 1997
โตโยต้าทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักกับระบบขุมพลังรูปแบบใหม่อย่างไฮบริด
ซึ่งสามารถผลิตและพัฒนาขึ้นมาเพื่อการใช้งานจริง
โดยขายในเชิงพาณิชย์ผ่านทางรถยนต์สายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อว่าพริอุส (Prius)
อีก13 ปีต่อมา
รถยนต์รุ่นนี้ได้สร้างรากฐานและทำให้ระบบไฮบริดได้รับความสนใจจากลูกค้าทั่ว
โลก
และรถยนต์พริอุสเองก็เพิ่งทำยอดการชสายสะสมทั่วโลกนับตั้งแต่เปิดตัวทะลุ
หลัก 2 ล้านคันไปแล้วเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
| จุดเริ่มต้นของการพัฒนารถยนต์รุ่นนี้เกิดจากเอกสารของโตโยต้าที่ชื่อว่า Earth Charter ในปี 1992
ซึ่งทางแบรนด์ดังของญี่ปุ่นตั้งเป้าหมายในการพัฒนาและผลิตเทคโนโลยีการขับ
เคลื่อนซึ่งมีมลพิษต่ำและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
จากนั้นแนวคิดนี้ทำให้เกิดโครงการ G21 ขึ้นมาซึ่งเริ่มทำงานในเดือนกันยายน
1993 โดยมีเป้าหมายในการพัฒนารถยนต์เพื่อศตวรรษที่ 21 ซึ่งในปี 1994
รถยนต์ต้นแบบก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา
และนำออกโชว์ตัวเป็นครั้งแรกในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ 1995 จากนั้นในปี 1996 โตโยต้ายืนยันการขึ้นไลน์ผลิตรถยนต์รุ่นนี้อย่างชัดเจน ด้วย การนำออกแล่นทดสอบภายใต้สภาพการใช้งานจริงเพื่อเก็บข้อมูล และนั่นนำไปสู่การกำเนิดของพริอุสรุ่นแรกที่มาพร้อมรหัสตัวถัง NHW10 โดยถูกเปิดตัวเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่นเมื่อเดือนธันวาคม 1997 และถือเป็นรถยนต์ไฮบริดที่ถูกผลิตในเชิงพาณิชย์รุ่นแรกของโลก อย่างไรก็ตาม พริอุ สรุ่นแรกยังเป็นแค่ผลผลิตที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับกับความต้องการของคน ญี่ปุ่น และยังไม่มีการส่งขายในตลาดต่างแดนอย่างเป็นทางการ โดยชื่อ ของพริอุสมาจากคำในภาษาละตินที่มีความหมายเดียวกับคำว่า Prior และทางโตโยต้าวางระดับตลาดของพริอุสรุ่นแรกโดยแทรกกลางระหว่างรถยนต์ซับคอม แพกต์อย่างรุ่นเอ็คโค่ และกลุ่มคอมแพกต์อย่างโคโรลล่า รุ่นแรกมากับตัวถังแบบ 4 ประตูที่มีขนาดกะทัดรัดด้วยความยาว 4,275 มิลลิเมตร กว้าง 1,694 มิลลิเมตร สูง 1,491 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,550 มิลลิเมตร ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริดรหัส 1NZ-FXE ที่มีเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ทวินแคม 16 วาล์ว 1500 ซีซี 58 แรงม้าเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อน และเสริมแรงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 40 แรงม้าในการทำหน้าที่ช่วยขับเคลื่อน และชาร์จกระแสไฟฟ้าเข้ามาเก็บในแบตเตอรี่แบบนิเกิล เมทัลไฮดราย |
||||
อีกจุดเด่นสำคัญของระบบไฮบริดคือ เครื่องยนต์ที่สามารถดับเมื่อจอดเดินเบาอยู่กับที่ และกลับมาสตาร์ทอีกครั้งเมื่อถอนเบรกและกดคันเร่ง โดยการที่รถต้องจอดติดอยู่ท่ามกลางการจราจรถือเป็นการเปลืองน้ำมันแบบเปล่า ประโยชน์ และยังปล่อยมลพิษออกมาอย่างมาก ซึ่งแนวคิดนี้ได้ถูกผู้ผลิตรถยนต์หลายรายนำไปประยุกต์เป็นระบบที่เรียกว่า Auto Stop&Start เพื่อใช้กับรถยนต์ธรรมดาอีกด้วย แม้ในตลาดญี่ปุ่น โตโยต้าจะเป็นผู้บุกเบิกตลาด แต่สำหรับตลาดสหรัฐอเมริกากลับไม่ใช่ เพราะโตโยต้าส่งพริอุสรุ่นปรับโฉมที่ถูกเปลี่ยนมาใช้รหัส NHW11 เข้าทำตลาดช้ากว่าที่ฮอนด้าส่งอินไซท์รุ่นแรกเข้ามาทำตลาดร่วมปี โดยพริอุสรุ่นนี้เปิดตัวในเมืองลุงแซมเมื่อปี 2000 และมาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงทั้งรูปลักษณ์และรายละเอียดทางเทคนิค นอกจากตัวถังที่ถูกเพิ่มความยาวขึ้นมาเป็น 4,308 มิลลิเมตร สมรรถนะของระบบไฮบริด THS-Toyota Hybrid System ยังได้รับการปรับปรุงอีกด้วย โดยเครื่องยนต์ 1500 ซีซีซึ่งมีเรี่ยวแรงขยับขึ้นมาเป็น 70 แรงม้า ที่ 4,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 11.3 กก.-ม. ที่ 4,200 รอบ/นาที เช่นเดียวกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ขยับขนาดขึ้นมาเป็น 44 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 35.6 กก.-ม. และได้รับการรับรองโดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย หรือ CARB-California Air Resources Board ให้จัดอยู่ในระดับรถยนต์มลพิษต่ำในกลุ่ม ULEV หรือ Ultra Low Emission Vehicle |
||||
ปี 2003 ถึงเวลาของการเปลี่ยนโฉมหรือโมเดลเชนจ์ ซึ่งโตโยต้าเปิดตัว NWH20 หรือพริอุสรุ่นที่ 2 ออกมาในตลาดญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เพราะว่าในเมืองลุงแซม ชื่อของพริอุสเริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะรถยนต์ที่มีทั้งความประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากเทคโนโลยีไฮบริดที่ได้รับการปรับปรุงใหม่แล้ว ในเรื่องของตำแหน่งทางการตลาดของพริอุสก็ถูกเปลี่ยนแปลงไปด้วย เพราะแต่เดิมแทรกกลางระหว่างตลาด B กับ C-Segment คราวนี้ถูกอัปขนาดตัวถัง พร้อมกับเปลี่ยนมาเป็นแบบแฮทช์แบ็ก 5 ประตูและสมรรถนะของระบบก็เพิ่มขึ้น รวมถึงราคาขยับขึ้นมาแทรกกลางระหว่างโคโรลล่า และคัมรี่ หรือ C กับ D-Segment รุ่นนี้มีการนำระบบคอมเพรสเซอร์แอร์แบบไฟฟ้ามาใช้เป็นครั้ง แรกเช่นเดียวกับพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่แบบนิเกิลเมทัลไฮดรายก็มีขนาดเล็กลงแต่สมรรถนะดีขึ้น เช่นเดียวกับอายุการใช้งานที่โตโยต้ากล้ารับประกันถึง 160,000 กิโลเมตรหรือ 8 ปี พริอุส รุ่นที่ 2 ยัง ใช้เครื่องยนต์ไฮบริดรหัส 1NZ-FXE ที่มีขุมพลังเบนซินแบบ 4 สูบ 1500 ซีซีเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก แต่ก็ขยับกำลังขึ้นมาเป็น 76 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 11.7 กก.-ม. ที่ 4,300 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 67 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 40.7 กก.-ม. ซึ่งระบบโดยรวมสามารถผลิตกำลังออกมาได้ 110 แรงม้า |
||||
นอกจากนั้นยังถือเป็นความสำเร็จอย่างมากบนเวทีแจกรางวัล เมื่อพริอุสรุ่นนี้ได้รับเลือกให้เป็นรถยนต์ยอดเยี่ยมของยุโรปในปี 2005 โดยมีคะแนนทิ้งห่างทั้งฟอร์ด โฟกัส และซีตรอง ซี4 อีกทั้งยังเป็นรถยนต์ของโตโยต้ารุ่นที่ 2 ที่ได้รับเลือกให้คว้ารางวัลนี้ต่อจากยาริสรุ่นแรกที่ทำได้ในปี 2000 ในเรื่องของการผลิต ในรุ่นนี้เป็นครั้งแรกที่โตโยต้าขยายไลน์ผลิตของตัวเองออกจากญี่ปุ่น โดยมาตั้งโรงงานอยู่ที่เมือง Changchun ประเทศจีนในปี 2005 เพื่อผลิตขายและรองรับกับความต้องการของลูกค้าชาวจีน อีกทั้งพริอุสรุ่นนี้ยังได้รับความนิยมอย่างมากจากดาราในฮอลีวูดโดยมีลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ และคาเมรอน ดิแอซเป็นผู้สร้างกระแส และช่วยทำให้รถยนต์รุ่นนี้ รวมถึงรถยนต์ไฮบริดรุ่นอื่นๆ ของโตโยต้าได้รับความสนใจอย่างเป็นวงกว้าง |
ที่มา: Manager Online
ความหมาย : ตำรวจ