กรมศิลป์จับมือญี่ปุ่น เปิดตัว 121 โบราณวัตถุหาดูยาก ฉลองความสัมพันธ์ 100 ปี
ทันข่าวญี่ปุ่น
12 มกราคม 2554
Views : 4060
กรมศิลป์ จับมือญี่ปุ่น เปิดตัวโบราณวัตถุหาดูยาก 121 รายการ ฉลองความสัมพันธ์ 100 ปี
โดยญี่ปุ่นนำเครื่องปั้นดินเผาทรงเปลวไฟ อายุ2,500 ปี ก่อนพุทธกาล
ฉากกระดาษที่แสดงภาพเรือจีน และเรือยุโรปมาแสดง
ด้านไทยนำภาพทหารญี่ปุ่นอาสารบมาแสดง ชมได้ตั้งแต่ 14 ม.ค.-13 มี.ค.54
ก่อนไปโชว์ต่อที่ญี่ปุ่น เม.ย.นี้
วันนี้ (12 ม.ค.) ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เรืออากาศเอก สุริยะ ศึกษากิจ ผู้
ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม
เป็นประธานการแถลงข่าวโครงการแลกเปลี่ยนการจัดแสดงนิทรรศการ เรื่อง
“งานช่างศิลปกรรมและสุนทรียภาพไทย-ญี่ปุ่น โดยมีนายไซโตะ ทะกะมะสะ ผู้อำนวยการกองศิลปากร ด้านมรดกทางวัฒนธรรม สำนักกิจกรรมวัฒนธรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น และนางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร เข้าร่วมแถลงข่าว โดยเรืออากาศเอกสุริยะ กล่าวว่า
งานดังกล่าวจัดขึ้นในวาระครบรอบ 100 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น
โดยนำโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ รวม 121
รายการที่เป็นตัวแทนงานช่างศิลปกรรมและสุนทรียภาพของญี่ปุ่นและไทย
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่สะท้อนความคล้ายคลึงและแตกต่างทางวัฒนธรรมมาแลก
เปลี่ยนความรู้และจัดนิทรรศการร่วมกัน
ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ คิวชู
ประเทศญี่ปุ่น และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ประเทศไทย
โดยหวังว่าจะนำมาซึ่งความเข้าใจอันดีระหว่างบุคลากร ประชาชนทั่วไป
เป็นการเชื่อมสัมพันธ์กันให้แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ
|
|
 |
นางโสมสุดา กล่าวว่า การจัดนิทรรศการครั้งนี้ กำหนดจัด 2 ครั้งๆ ละ 2
เดือน ครั้งที่ 1 จัดที่ประเทศไทย ณ พระที่นั่งอัศราวินิจฉัย
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ระหว่างวันที่ 14 ม.ค.-13 มี.ค.2554
เปิดให้ประชาชนเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ครั้งที่ 2
จัดที่ประเทศญี่ปุ่น ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ คิวชู ระหว่างวันที่ 12
เม.ย.-5 มิ.ย.2554 โดยเนื้อหาของนิทรรศการแบ่งออกเป็น 4 ส่วน
ส่วนแรกนำเสนอจุดเริ่มต้นของสองประเทศ เริ่มจากสังคมยุคก่อนประวัติศาสตร์
ส่วนที่สองการรับวัฒนธรรมศาสนาจากภายนอกที่สำคัญ คือ พระพุทธศาสนา
ก่อให้เกิดงานช่างศิลปกรรม ส่วนที่สาม
แสดงถึงความสัมพันธ์ทางการค้าและวัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่น นอกจากนี้
จะมีการแสดงจากคณะนาฏศิลป์จากศาลเจ้าดาไซฟุ เท็นมังกุง จ.ฟุคุโอกะ
ประเทศญี่ปุ่น และนาฏศิลป์สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ณ สังคีตศาลาด้วย
สำหรับโบราณวัตถุ
ศิลปวัตถุสำคัญและมีความโดดเด่นของทั้งสองประเทศที่นำมาจัดแสดงนั้น
นางอัมรา ศรีสุชาติ หัวหน้ากลุ่มวิจัย สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
กล่าวว่า การเลือกโบราณวัตถุที่นำมาแสดงครั้งนี้ ได้มีการหารือระหว่างไทย
ญี่ปุ่นว่าจะต้องมีความเชื่อมโยงกัน ที่สำคัญๆ เช่น ศิลปะการปั้น
ประเทศไทยเลือกภาชนะดินเผาซึ่งขุดค้นพบแหล่งโบราณคดีบ้านเมืองบัว
จ.ร้อยเอ็ด ศิลปะสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย 2,600-1,800 ปีมาแล้ว
ซึ่งทางญี่ปุ่นได้นำเครื่องปั้นดินเผาทรงเปลวไฟ พบที่แหล่งโบราณคดีจิดเตะ
จ.นีกะตะ สมัยโจมนอายุราว 2,500 ปีก่อนพุทธกาลมาแสดง ในทาง ศาสนา
ไทยได้นำธรรมจักรกับกวางหมอบ พบที่วัดเสน่หา จ.นครปฐม ศิลปะทวรวดี
พุทธศตวรรษที่ 12-14 มาจัดแสดง ส่วนญี่ปุ่นนำรูปปั้นพระไภษัชยคุรุ สมัยนาระ
พุทธศตวรรษที่ 14-15
มาจัดแสดงซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมชิ้นสำคัญของชาวญี่ปุ่น
ส่วนศิลปที่แสดงถึงวิถีชิวิต ญี่ปุ่นได้นำชุดกิโมะโนะ
ซึ่งเป็นการทอผ้าแบบทัดซุงิคือการทอผ้าลายแบบลื่นไหล เป็นผ้าคุรุเมะ กะซุริ
มีความคล้ายคลึงกับการทอผ้ามัดหมี่ของไทย และศิลปะวัตถุชิ้นสำคัญ คือ
ภาพทหารอาสาญี่ปุ่นในสมุดภาพจำลองจากวัดยม ภาพจิตรกรรมศิลปะอยุธยา พ.ศ.2224
คัดลอกลงสมุดไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 จากหอสมุดแห่งชาติ
เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่าสมัยอยุธยานั้นมีกลุ่มทหารญี่ปุ่นอาสามาช่วยราช
สำนักไทยในการศึกสงคราม
ด้าน นายไซโตะ กล่าวว่า
การจัดนิทรรศการครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ
ของญี่ปุ่นมาจัดแสดงร่วมกันให้ประชาชนไทยได้ชม
สำหรับโบราณวัตถุชิ้นเด่นที่ประเทศญี่ปุ่นนำมาจัดแสดงก็มีหลายชิ้นด้วยกัน
เช่น เครื่องปั้นดินเผาทรงเปลวไฟ สมัยโจมน 2,500 ปีก่อนพุทธกาล
โดยงานชิ้นนี้จะมีความสวยงามด้านการออกแบบของคนญี่ปุ่นโบราณ
ฉากกระดาษที่แสดงภาพเรือจีนและเรือจากยุโรป สมัยโมโมะยามะ พุทธศตวรรษที่23
ซึ่งเป็นเรือที่นำศิลปะประวัติศาสตร์จากยุโรปมาญี่ปุ่น
และน่าจะเป็นเรือลำเดียวกันที่เทียบท่าที่ไทยสมัยอยุธยามาก่อน และ
ชุดกิโมะโนะ ผ้าคุรุเมะ กะซุริ ที่แสดงให้เห็นถึงเนื้อผ้า
การทอที่เหมือนกับผ้าทอของไทย