เที่ยวชมศูนย์รำลึกแผ่นดินไหวที่โกเบ

เที่ยวชมศูนย์รำลึกแผ่นดินไหวที่โกเบ

ท่องเที่ยวญี่ปุ่น 17 สิงหาคม 2553

Views : 6143


 โกเบ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองท่าที่ทันสมัย เป็นเมืองแห่งแฟชั่นของญี่ปุ่นที่ ได้รับการยกย่องว่ามีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองไม่แพ้อิตาลี หรือฝรั่งเศส เป็นเมืองแห่งอาหารการกินและขนมอร่อย เป็นสวรรค์ของบรรดานักช็อปปิ้งทั้งหลาย เป็นเมืองใหม่ทันสมัยที่ผู้ไปเยือนจะได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลิน จนมองไม่เห็นร่องรอยของความเสียหายอย่างย่อยยับไปทั้งเมืองจากพิบัติภัยแผ่น ดินไหวขนาด 7.3 ริกเตอร์ ในวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2538 ซึ่งเป็นโศกนาฏกรรมครั้งเลวร้ายที่สุดของเมืองโกเบ ที่ทำให้มีคนตายกว่า 6,000 คน บาดเจ็บหลายหมื่นคน อาคารบ้านเรือนพังเสียหายกว่า 2 แสนหลัง ถนนหนทาง สะพาน ทางด่วน ทางยกระดับ พังทลายลงมาทั่วทั้งเมือง ผู้คนไร้ที่อยู่อาศัยกว่า 3 แสนคน นับเป็นโศกนาฏกรรมที่ชาวโกเบไม่เคยลืมเลือน
       
       แม้นจะเป็นโศกนาฏกรรมอันแสนเลวร้าย แต่หากใครที่ไม่ได้มีชะตากรรมที่ต้องประสบกับมหาพิบัติภัยอันเลวร้ายด้วยตัว เอง ก็อาจจะนึกภาพของความเสียหายและความรุนแรงของเหตุการณ์ไม่ออก แม้นเราอาจจะเคยเห็นภาพนิ่งความเสียหายของเมืองโกเบในวันที่เกิดเหตุทางหน้า สื่อสารมวลชนกันมาบ้างแล้ว ภาพของสะพานทางด่วนที่ทำจากคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ ได้มาตรฐานมั่นคงตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่นที่ได้ชื่อว่าก่อสร้างได้มาตรฐาน ที่สุดอันดับต้นๆของโลก ยังหักพังทลายเทลงมากองกับพื้นตลอดแนวถนน แม้นหลายคนจะลองนึกภาพว่าหากตัวเองต้องตกอยู่ในเหตุการณ์อันเลวร้ายเช่นนั้น จะมีสภาพเป็นอย่างไรก็คงยากจะนึกภาพออก หากจะให้ได้ภาพที่ใกล้เคียงกับสถานการณ์จริง ถ้ามีโอกาสผมอยากจะแนะนำให้แวะเข้าไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์รำลึกแผ่นดินไหวโกเบ "Kobe Earthquake Memorial Museum" ซึ่งเป็นศูนย์รวมเรื่องราว ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว และอุปกรณ์สิ่งของที่เกิดความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่โกเบ รวมทั้งนิทรรศการเรื่องราวความรู้เกี่ยวกับแผ่นดินไหว การปฏิบัติตัวเมื่อเกิดแผ่นดินไหว และที่นี่ยังเป็นศูนย์ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับแผ่นดินไหวอย่างครงวงจร ที่พร้อมจะถ่ายทอดความรู้แนวทางปฏิบัติให้กับประชาชนผู้คนทั่วไป ขึ้นไปจนถึงหน่วยงานระดับท้องถิ่น ระดับชาติและระดับนานาชาติ
       
       จุดแรกที่ผู้สนใจจะได้รับชมก็คือ ห้องฉายภาพยนตร์จอพานอรามาโอบโค้งกว่า 180 องศา ที่จะฉายภาพยนตร์และภาพเคลื่อนไหวเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในเช้าตรู่วันที่ 17 มกราคม 2538 ซึ่งได้รวมรวมมาจากผู้คนจากทั่วเมืองโกเบที่ได้ถ่ายภาพบันทึกเหตุการณ์เอา ไว้ ผสมผสานกับภาพจากกล้องซีซีทีวีที่ติดไว้ตามจุดต่างๆทั่วเมืองโกเบ นำมาเรียบเรียงเล่าเรื่องราวให้เห็นด้วยภาพให้เห็นความรุนแรงของการทำลาย ร้างจากเหตุการณ์ โดยมีระบบเสียงที่ดังสนั่นหวั่นไหวกึกก้องกัปนาทมาประกอบ โดยทางเจ้าหน้าที่ของศูนย์ประกาศแจ้งให้กับผู้เข้าชมทราบก่อนฉายว่า ขณะที่ดูภาพยนตร์ความรุนแรงของเหตุการณ์ หากใครดูแล้วเกิดความรู้สึกสลดหดหู่จนไม่สามารถทนดูต่อไปได้ ก็สามารถจะเดินออกไปนอกห้องฉายได้ทันที ซึ่งเมื่อภาพยนตร์เริ่มฉายก็ปรากฏภาพของเช้าตรู่อันเงียบสงบ จู่ๆก็เริ่มมีเสียงครางครืนแล้วเกิดแผ่นดินไหวข้าวของในบ้านตกแตกเสียหาย ภาพอาคารบ้านเรือนภายนอกที่สั่นสะเทือนเหมือนถูกจับเขย่า ตึกรามบ้านช่องแตกหักพังถล่มทลาย ถนนหนทางแตกแยกเป็นร่อง ทางด่วนขนาดใหญ่บิดเบี้ยวแตกหักถล่มทลายลงมาอย่างน่าตื่นตระหนก ภาพยนตร์สั้นๆจากเหตุการณ์จริงความยาวราว 10 นาที เท่านี้ก็ทำให้ผู้ที่ได้รับชมเกิดความสลดหดหู่และประจักษ์ได้ถึงความรุนแรง จากการทำลายร้างของเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงครั้งนี้ได้อย่างดียิ่ง
       
       พิพิธภัณฑ์รำลึกแผ่นดินไหวโกเบแห่งนี้ยังได้รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยว กับการป้องกันความเสียหายและการปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัยในขณะเกิดแผ่นดิน ไหวตั้งแต่ระดับปัจเจกชน ไปจนถึงระดับชุมชน ระดับประเทศ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้ แม้จะไม่สามารถป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งจะพยากรณ์ล่วงหน้าได้เลยก็ตาม แต่หากมีแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันความเสียหายตั้งแต่ต้น เช่นการออกแบบโครงสร้างของสิ่งก่อสร้างให้มั่นคงแข็งแรง เช่นการเสริมโครงเหล็กรูปตัว X เข้าไปในทุกเสาและคานที่ก่อขึ้นเป็นสี่เหลี่ยมมุมฉากของอาคาร ลักษณะเป็นอาคารที่มีโครงเหล็กทแยงมุมทั้งหลัง ก็จะสามารถป้องกันการพังทลายจากการเกิดแผ่นดินไหวได้มากขึ้นกว่าอาคารทั่วไป รวมไปถึงการปฏิบัติตนในบ้านในโรงเรียน ที่ทางรัฐบาลญี่ปุ่นรณรงค์เผยแพร่ให้ไปยังประชาชนจนถึงระดับนักเรียนใน โรงเรียน นั่นจึงทำให้ชาวญี่ปุ่นตระหนักในขั้นตอนการปฏิบัติตนอย่างขึ้นใจ ชาวญี่ปุ่นพร้อมจะวิ่งไปปิดท่อแก๊ส วิ่งไปสับคัทเอาท์ตัดไฟก่อนที่จะวิ่งเข้าไปหลบหาที่กำบังที่มั่นคง เมื่อเกิดแผ่นดินไหว เด็กๆ พร้อมจะอพยพเดินแถวลงมาอยู่ในสนามหญ้าเปิดโล่ง เมื่อแผ่นดินหยุดการสั่นไหวชั่วครู่ ขั้นตอนการปฏิบัติของหน่วยกู้ภัยที่พร้อมจะออกให้ความช่วยเหลืออย่างเป็น ขั้นตอน ซึ่งนั่นเป็นมาตรการรับมือแผ่นดินไหวที่ชาวญี่ปุ่นได้ถ่ายทอดความรู้ต่อกัน เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้บนดินแดนของประเทศที่ตั้งอยู่บนแนว วงแหวนไฟ ( Ring of fire) ซึ่งเป็นแนวรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกที่ยังคงมีความเคลื่อนไหวที่มีความเสี่ยง จะเกิดแผ่นดินไหวได้ตลอดเวลา ปัจจุบันญี่ปุ่นยังมีภูเขาไฟที่ยังไม่ดับอยู่มากมายที่พร้อมจะปะทุขึ้นมา เมื่อใดก็ได้
       
       แม้นเราจะโชคดีที่ประเทศไทยเรามิได้ตั้งอยู่บนแนววงแหวนไฟอย่าง ประเทศญี่ปุ่น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ตั้งอยู่บนผืนดินอ่อนที่นักวิชาการบางส่วน เห็นว่าหากเกิดแผ่นดินไหวระดับที่มีความรุนแรงที่มีศูนย์กลางจากแนวรอย เลื่อนทางตะวันตกหรือจากประเทศพม่าก็อาจจะส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงกรุงเทพฯ ได้ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะสิ่งก่อสร้างในกรุงเทพฯนั้นมีการก่อสร้าง มีการต่อเติมกันอย่างไม่เป็นระเบียบ มีป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ เสาไฟฟ้าสายไฟฟ้ารกรุงรังไปหมด ไม่มีมาตรการรองรับการเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงยิ่ง ถึงเวลาหรือยังที่เราจะมาให้ความสนใจ หามาตรการป้องกันและถ่ายทอดและฝึกซ้อมแนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์ภัย พิบัติร้ายแรงเกิดขึ้น หากหน่วยงานรับผิดชอบยังไม่มีแนวทางปฏิบัติ วันนี้เราลองมาสำรวจเพื่อดูแลตัวเองกันไปก่อนดีไหม เช่นปลดภาพฝาผนังบนหัวนอนออกเมื่อเกิดแผ่นดินไหวตอนกำลังนอนหลับอยู่จะได้ ไม่ล่วงลงมาใส่หัว หรือลองฝึกซ้อมหาเส้นทางออกจากตัวอาคารที่ทำงานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือแม้แต่การตุนอาหารแห้งประเภทบ๊ะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรืออาหารแห้งพร้อมปรุงง่ายๆ ที่สามารถยังชีพได้สักสัปดาห์ติดบ้านไว้บ้างเพื่อความไม่ประมาทก็น่าจะดี โลกเราทุกวันนี้เอาแน่เอานอนได้ที่ไหน

โดย : วินิจ รังผึ้ง

ที่มา: Manager Online

安泰 [Antai]

ความหมาย : ความสงบสุข,ความสันติสุข