Share |

การแข่งขัน ทักษะความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่น ครั้งที่ 2

 

เรียนต่อที่ญี่ปุ่นไม่ยากอย่างที่คิด

2 เมษายน 2561 (เข้าชมมาแล้ว 901 ครั้ง)

 

 

ในปัจจุบันมีใครหลายคนสนใจที่จะเรียนต่อต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น และประเทศญี่ปุ่นเองก็เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ซึ่งความจริงแล้ว ขั้นตอนในการไปเรียนต่อที่ต่างประเทศไม่ได้ยากอย่างที่ใครหลายคนคิดไว้ เราจะแนะนำวิธีการต่างๆสำหรับใครหลายคนที่ต้องการจะศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น  

 

 

 

 

วิธีการแรก ปรึกษาเอเจนซี่เกี่ยวกับการเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น 

 

สำหรับใครที่สนใจจะเรียนต่อที่ประเทศญีปุ่น การติดต่อผ่านเอเจนซี่เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด เพราะจะมีคนคอยช่วยเตรียมเอกสาร ตรวจเช็คเอกสาร และคอยดำเนินเรื่องให้ ทำให้ผู้เรียนไม่ต้องยุ่งยาก และในขณะอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น หากเกิดปัญหาอะไรขึ้นก็สามารถปรึกษากับทางเอเจนซี่ได้

 

 

 

 

 

แต่การสมัครผ่านทางเอเจนซี่ ผู้เรียนอาจจะเลือกโรงเรียนสอนภาษาหรือเซมมง(วิทยาลัยอาชีพ)หรือมหาวิทยาลัยได้ไม่หลากหลายเท่าไรนัก เพราะส่วนใหญ่แล้ว ทางเอเจนซี่ในประเทศไทยมักจะมีสัญญาร่วมกับทางโรงเรียนสอนภาษามากกว่า ทำให้ส่วนใหญ่จะแนะนำโรงเรียนที่มีสัญญาร่วมกัน

 

วิธีการที่สอง การสมัครเรียนด้วยตนเอง 

การสมัครเรียนต่อด้วยตนเองจะเหมาะกับคนที่ต้องการศึกษาต่อเข้ามาหาวิทยาลัยที่ต้องการ ทั้งระดับปริญญาตรีและนักศึกษาวิจัย (ระดับปริญญาโทและระดับปริญญาเอก) เพราะสามารถเลือกเรียนได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่อยากเรียนเบกกะ (หลักสูตรสอนภาษาญี่ปุ่นในเครือมหาวิทยาลัย) ผู้ที่สนใจก็สามารถติดต่อหรือปรึกษาเจ้าหน้าที่ได้ดดยตรง เพราะมีบางแห่งที่มีศูนย์ที่ประเทสไทย เช่น มหาวิทยาลัยวาเซดะ มหาวิทยาลัยโทไก มหาวิทยาลัยชูโอ เป็นต้น 

 

 

 

อย่างไรก็ตาม หากต้องการศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยหรือเซมมงที่ไม่มีศูนย์ในประเทศไทย ก็สามารถสมัครโดยติดต่อกับทางมหาวิทยาลัยได้โดยตรง โดยอาจจะส่งอีเมล์เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โดยส่วนใหญ่แล้ว หากผู้เรียนไม่สะดวกในการใช้ภาษาญี่ปุ่นในการสื่อสาร ก็สามารถใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางในการสื่อสารได้ โดยผู้เรียนต้องศึกษากฏเกณฑ์และคอยติดตามช่วงเวลาเปิดรับสามัครที่เว็บไซด์นั้นๆด้วยตนเอง

แต่ข้อเสียก็คือ จะยุ่งยากมาก เพราะผู้เรียนต้องดำเนินการด้วยตนเองทั้งหมด และยิ่งไปกว่านั้น จะไม่มีคนคอยช่วยตรวจความเรียบร้อยของเอกสารเหมือนกับการติดต่อผ่านทางเอเจนซี่ ดังนั้น ผู้เรียนต้องใช้ความละเอียดรอบคอบเป็นอย่างมากก่อนยื่นส่งเอกสารสมัครเรียน 

 

วิธีการสุดท้าย การศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่นผ่านทุนการศึกษา 

 

การหาทุนการศึกษาเป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนหลายคนใฝ่ฝัน เพราะจะช่วยในเรื่องค่าใช้จ่ายได้ในระดับหนึ่ง ในปัจจุบันมีทุนการศึกษามากมายหลายประเภทที่มอบให้กับผู้ที่สนใจเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น มีทั้งทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี ระดับปริญยาโทและระดับปริญญาเอก นอกจากนี้ ยังมีทุนการศึกษาสำหรับบุคลากรทั่วไป และทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนภาคภาษาญี่ปุ่นโดยเฉพาะอีกด้วย 

 

 

 

การขอทุนการศึกษาส่วนใหญ่มักจะต้องผ่านการคัดเลือกโดยการสมัคร การสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ ซึ่งองค์กรผู้มอบทุนการศึกษาที่เรารู้จักกันดีก็คือ JASSO (Japanese Student Services Oganizetion) เป็นองค์กรอิสระที่ก่อตั้งขึ้นภายใต้กระทรวงศึกษาธิการของประเทศญี่ปุ่น ทำหน้าที่ช่วยเหลือเรื่องของเงินทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่ประสบปัญหาทางด้สนการเงิน รวมไปถึงนักเรียนต่างชาติที่สนใจจะเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย 

 

ทุนการศึกษาที่ดูแลโดยองค์กร JASSO 

 

1. Monbukagakusho Honors Scholarship For Privately-Financed Internation Student 

 

 

ทุนการศึกษา Monbukugakusho หรือ " ทุนมง " เป็นทุนที่ผู้เรียนหลายๆคนต่างใฝ่ฝัน เพราะไม่เพียงแต่มีเงินค่าครองชีพให้ แต่ยังได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียบนและค่าตั๋วเครื่องบินอีกด้วย ซึ่งทุนการศึกษานี้ก็ได้ครอบคลุมไปยังระดับการศึกษาต่างๆ เช่น ระดับปริญญาตรี ทุนการศึกษาอบรมวิชาชีพครู ทุนการศึกษานักศึกษาวิจัย และทุนการศึกษาญี่ปุ่นศึกษา เป็นต้น แนะนำว่าผู้เรียนควรศึกษาข้อมูลโดยละเอียดว่าตรงกับเงื่อนไขและประเภทที่ทุนต้องการหรือไม่ โดยทุนการศึกษานี้สามารถสมัครได้ทั้งอยู่ในประเทศญี่ปุ่นและก่อนเข้าประเทศญี่ปุ่น

 

2. Student Exchange Support Program ( Scholarship for Short-term Study in Japan ) 

 

 

 

สำหรับทุนการศึกษานี้ เป็นทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนต่างชาติในโครงการแลกเปลี่ยนระยะสั้น โดยมีระยะเวลา 1 ปี โดยเป็นโครงการสำหรับการแลกเปลี่ยนระยะสั้นของการศึกษาในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น กล่าวคือ ผู้ที่สามารถขอทุนการศึกษานี้ได้ ต้องศึกษาทางด้านภาควิชาภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น 

 

ในการยื่นขอทุนการศึกษา ผู้สมัครจำเป็นต้องสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น และความรู้พื้นฐานทางวิชาการ หรือ EJU (ข้อสอบที่ใช้วัดระดับและความสามารถของนักเรียนต่างชาติ) โดยผู้สมัครที่อยู่ในประเทศไทย สามารถยื่นส่งใบสมัครและเอกสารประกอบใบสมัครตามที่ระบุไว้ในระเบียบการ ซึ่งสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากหน้าเว็บสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย 

 

นอกจากทุนการศึกษาข้างต้นนี้แล้ว ยังมีทุนต่างๆอีกมากมาย ทั้งในเครือรัฐบาลญี่ปุ่น JASSO และทุนจากสถาบันต่างๆที่เราต้องการขอไปที่สถาบันนั้นๆโดยตรง ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลผ่านหน้าเว็บไซด์และระเบียบการของสถาบันศึกษา หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา : https://allabout-japan.com/th/article/5764/