Share |

การแข่งขัน ทักษะความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่น ครั้งที่ 2

 

ออกัสต้า 2011 เมเจอร์จารึกชื่อ “เรียว”

16 มกราคม 2554 (เข้าชมมาแล้ว 946 ครั้ง)


เรื่อง : วงศ์ธวัช อามทัศนศรี
       
       "ผมตั้งเป้าไว้ว่าจะคว้าแชมป์ เดอะ มาสเตอร์ส ให้ได้ภายใน 2 ปี" ดูจะเป็นคำพูดที่อาจหาญมิใช่น้อยสำหรับนักกอล์ฟวัย 19 จากญี่ปุ่นที่ ชื่อ เรียว อิชิกาว่า เจ้าของแชมป์เจแปนทัวร์ 3 รายการในปี 2010 และเพิ่งจะมาโชว์วงสวิงที่ช่วยทำคะแนนให้กับทีมเอเชีย ในการแข่งขันเดอะรอยัล โทรฟี่เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา


วงสวิงของดาวรุ่งที่แรงที่สุดในเอเชีย
       
       ชื่อของ เรียว อิชิกาว่า เจ้าของฉายา “เจ้าชายขี้อาย” ได้รับการจับตามองจากวงการกอล์ฟทั่วโลกนับตั้งแต่ปี 2008 นอกจากวงสวิงชนิดที่ฟาดฟันคู่ต่อสู้ในเจแปนทัวร์ให้ยอมศิโรราบแล้ว โปรที่เพิ่งแตกเนื้อหนุ่มยังได้รับเชิญให้ลงสนาม เดอะมาสเตอร์ส ในปี 2009 ทำให้สปอตไลท์จากสื่อสายกอล์ฟทั่วโลก ต้องฉายจับไปที่ดาวดวงเด่นจากเอเชีย ขณะที่เรียว ยังสร้างเซอร์ไพรส์ ในปีเดียวกันด้วยการผ่านควอลิฟายด์ ลงสนามการแข่งขัน ดิ โอเพ่น ซึ่งนับเป็นเมเจอร์แรกที่เจ้าตัว ฝ่าฟันสู่ทัวร์นาเมนท์ระดับเมเจอร์ด้วยตนเองโดยไม่ต้องอาศัยบัตรเชิญ
       
       แม้ว่าผลงานของ “เจ้าชายขี้อาย” ในสองเมเจอร์จะไม่ผ่านการตัดตัว แต่การลงสนามที่ได้เดินเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับโปรมากฝีมือทั้งจากยูโร เปี้ยน และ พีจีเอทัวร์ นับว่าเป็นประสบการณ์และผลงานที่เด็กหนุ่มวัย 19 ปีจาเมืองไซตามะ ได้สร้างจุดเปลี่ยนให้กับตนเองและวงการกอล์ฟเอเชียเลยทีเดียว


ลีลาการพัตต์ของ “เรียว อิชิกาวะ”
       
       หากผลงานของ เรียว นับตั้งแต่เป็นอเมเจอร์จวบจนถึงปัจจุบันที่กลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุด ที่มีอันดับติดอยู่ในท้อป 50 ของเวิลด์กอล์ฟแรงกิ้ง อาจจะยังไม่สามารถเรียกว่าประสบความสำเร็จ ได้อย่างสมบูรณ์แบบค่าที่เจ้าชายขี้อายของวงการกอล์ฟญี่ปุ่น ยังไม่เคยออกไปเผชิญโลกกว้างในยูโรเปี้ยน หรือ พีจีเอทัวร์แบบเต็มฤดูกาล ที่ผ่านมามักจะเป็นรายการรับเชิญเสียเป็นส่วนใหญ่
       
       เรื่องดังกล่าวเปรียบเสมือนจุดอ่อนของ โปรหนุ่มจากญี่ปุ่น ที่เหล่าคอลัมนิสต์สายกอล์ฟ รวมไปถึง เกจิ วงการสวิง พากันตั้งคำถามต่อ “หนุ่มเรียว” ว่าเป็นของจริงแค่ไหน เพราะถึงแม้ฤดูกาลที่ผ่านมาจะคว้าแชมป์ในเจแปนทัวร์ได้ถึง สามรายการ และ มีผลงานรวมตลอดการเล่นอาชีพ ถึง 9 โทรฟี่ แต่ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นในทัวร์นาเมนท์ในบ้านเกิดของตนเอง
       
       แน่นอนว่าคำถามดังกล่าว ดังก้องมาถึงเกาะญี่ปุ่น ในขณะที่ โปรหนุ่มและทีมงาน ต่างรู้อยู่เต็มอกว่า ถ้าพวกเขายังคงรบอยู่แต่ในบ้าน ชื่อของเรียว อิชิกาว่า อาจไปไม่ถึงจุดสูงสุด แต่ในทางกลับกัน เจแปนทัวร์ ยังคงต้องการ ให้ เรียวลงสนามในญี่ปุ่น มากกว่าจะปล่อยตัวไปโปรโมตทัวร์นาเมนท์คู่แข่งอย่าง ยูโรเปี้ยน หรือ พีจีเอ ทัวร์ ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดของ “เจ้าชายขี้อาย” คงหนีไม่พ้นผลงานที่จะพิสูจน์ตนเองได้ดีที่สุดคือ แชมป์รายการเมเจอร์ และ ดูเหมือน เรียว อิชิกาว่า จะให้คำตอบได้ชัดเจนที่สุดผ่านบทสัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์ “เจแปน ไทม์”
       
       ทั้งนี้ อิชิกาว่า กล่าวผ่านสื่อดังของประเทศตนเองต่อย่างก้าวในวัย 20 ปีว่า "ผมไม่เคยทอดทิ้งความฝันที่จะคว้าแชมป์ เดอะ มาสเตอร์ส ให้ได้ในวัย 20 ปี การแข่งขันรายการนี้เป็นสิ่งสร้างความท้าทายให้กับนักกอล์ฟทั่วโลก ผู้เล่นที่แข็งแกร่งจากทุกสารทิศจะเดินหน้ามาลงสนามแข่งขันเพื่อแย่งชิงชัย ชนะ ผมมีประสบการณในสนาม ออกัสตา มาแล้วถึง 2 ครั้ง แน่นอนว่าครั้งนี้เป้าหมายหลักของผมคือฝึกซ้อมอย่างหนัก แล้วกลับมาคว้าแชมป์ให้ได้"


ความมั่นใจเต็มเปี่ยมทุกครั้งที่ลงสนาม
       
       หลังบทสัมภาษณ์ดังกล่าว เรียว อิชิกาว่า เดินทางมายังเมืองไทยเพื่อร่วมทีมเอเชียในการแข่งขันกอล์ฟประเภททีมระหว่าง เอเชีย และ ยุโรป ซึ่งเรียว ได้แสดงให้เห็นถึงความแกร่งของตนเองด้วยการเก็บ 2 แต้มในการลงสนาม 3 แมทช์ และถึงแม้ว่าทีมเอเชียจะไม่สามารถคว้าแชมป์มาครองได้ แต่โปรวัย 19 ปีที่หวังจะคว้าเมเจอร์แรกในชีวิตจาก “เดอะมาสเตอร์” ได้กล่าวถึงผลงานในทัวร์นาเมนท์ประเดิมฤดูกาลของตนเองว่า
       
       “การได้เริ่มต้นฤดูกาลในฐานะสมาชิกของทีมเอเชีย กับการแข่งขันเดอะรอยัล โทรฟี่ ทำให้ผมรู้สึกมั่นใจเพิ่มมากขึ้น ประสบการณ์จากทัวร์นาเมนท์นี้คือการได้พบกับคู่แข่งที่มาจาก ทัวร์ฯที่แข็งแกร่งจากยุโรป ได้รับคำแนะนำที่ดีจากรุ่นพี่ และผลงานที่เกิดขึ้นตลอดทั้งการแข่งขันทำให้ผมมั่นใจว่าฤดูกาล 2011 จะเป็นการเดินทางไปสู่จุดหมายได้อย่างที่ตั้งใจไว้”
       
       จากนี้จนถึงการแข่งขัน “เดอะ มาสเตอร์ส” ประจำฤดูกาล 2011 ในเดือนเมษายน คงไม่นานเกินรอที่จะพิสูจน์ว่า ความตั้งใจของสวิงหนุ่มวัย 20 ปีจะเป็นจริงได้มากน้อยขนาดไหนถ้า “เรียว” ทำได้สำเร็จชื่อของเขาที่ครั้งหนึ่งเจ้าตัวต้องอ่านให้สื่อต่างชาติฟังว่า ออกเสียงเช่นไรจะกลายเป็นชื่อที่สื่อทั้งโลกจดจำได้ขึ้นใจเลยทีเดียว

ที่มา : Manager Online