Share |

การแข่งขัน ทักษะความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่น ครั้งที่ 2

 

เจ้าแห่งไข่มุกเชิญแขกวีไอพีสัมผัสคอลเลกชั่นใหม่

13 มกราคม 2554 (เข้าชมมาแล้ว 1240 ครั้ง)


เมื่อพูดถึงไข่มุก คงไม่มีแบรนด์เครื่องประดับมุกใดจะเทียบเท่า "มิกิโมโต้ (Mikimoto)" แบรนด์เครื่องประดับมุกระดับไฮเอนด์ สัญชาติญี่ปุ่น ที่โดดเด่นด้วยไข่มุกคุณภาพเยี่ยม กลมเกลี้ยง เงางาม และมีสีที่เข้มสวย ในรูปแบบดีไซน์อันทันสมัย และสวยงามเหนือกาลเวลาทุกครั้งที่สวมใส่ โดยล่าสุดมิกิโมโต้ (ประเทศไทย) ได้จัดงานเปิดตัวคอลเลกชั่นมุกใหม่ล่าสุด “Mikimoto Christmas and New Year 2010-2011” ใน ลักษณะ open house ให้บรรดาแฟนๆ มิกิโมโต้ได้ชื่นชม พร้อมอัพเดตเทรนด์ไข่มุกมิกิโมโต้ปี 2011 ในบรรยากาศที่สบายๆ และเป็นกันเอง ที่บูติก มิกิโมโต้ ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน


       
       
สำหรับคอลเลกชั่น ใหม่ล่าสุดนี้ มิกิโมโต้ได้รวบรวมเครื่องประดับไข่มุกคุณภาพดีเลิศ ทั้งไข่มุกญี่ปุ่นอะโกย่า และเซาธ์ซีส์ ในดีไซน์หลากหลาย ตั้งแต่สร้อยคอไข่มุกแบบคลาสสิก จี้และต่างหูเข้าชุดประดับมุกขาว และมุกดำ รวมไปถึงเข็มกลัด และจี้เล็กๆ หรือดีไซน์ทันสมัยที่เน้นกลิ่นอายของคริสต์มาส โดยใช้สัญลักษณ์คริสต์มาสเป็นธีม ตลอดจน Mikimoto International Gift Items ของ ขวัญสุดเก๋ ในรูปแบบการดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ ประดับมุกคุณภาพ เพื่อบ่งบอกคุณค่าที่แตกต่าง เชื่อว่าจะถูกใจผู้รับทุกรสนิยม และไลฟ์สไตล์
      


       ส่วนเทรนด์ไข่มุกสำหรับปี 2011 ในฐานะราชาของไข่มุก มิกิโมโต้มีเทรนด์ไข่มุกในปีหน้ามาแนะนำ โดยแบ่งออกเป็น 4 เทรนด์ใหญ่ ได้แก่ Multiple Strands of Pearl หรือการใส่สร้อยมุกหลายๆเส้นซ้อนกัน เป็นการนำสร้อยมุกที่มีความสั้นและยาวต่างกัน มาสวมใส่ผสมผสานกับขนาดและสีของไข่มุกที่แตกต่างกัน ซึ่งความสั้นยาว, สี และขนาดของไข่มุกที่แตกต่างกันก็บ่งบอกถึงคาแรคเตอร์ของผู้สวมใส่ในแบบต่างๆ ตลอดจนช่วยเปลี่ยนลุคของผู้สวมใส่จากความเคร่งขรึมไปสู่ความโฉบเฉี่ยวและทัน สมัย อีกทั่งยังเหมาะกับเสื้อผ้าทั้งแบบกลางวันหรือแบบกลางคืนอีกด้วย
       
       กำไลและสร้อยข้อมือมุก หรือ Pearl Bangle อีกหนึ่ง เทรนด์แฟชั่นเครื่องประดับมุกที่กลับมาอินอีกครั้ง โดยมิกิโมโต้มองว่า ในปี 2011 เครื่องประดับมุกจะเน้นงานดีไซน์ชิ้นใหญ่ๆ ดูโดดเด่น เพื่อให้เกิดการจดจำ และเป็นจุดสนใจ


       
       ในขณะที่ “สีทอง” เป็นสีที่มาแรงในปี 2011 สีทองเป็นสีที่ซับซ้อน และหรูหรา และช่วยส่งเสริมให้ไข่มุกดูโดดเด่น มิกิโมโต้มองว่า Gold is Back กำลัง มา จึงได้นำตัวเรือนทอง 18 เค มาประดับกับไข่มุกเม็ดงาม ทั้งไข่มุกอะโกย่าสีขาว ไข่มุกเซาท์ซีส์สีขาว และสีทอง ดีไซน์ออกมาเป็นเครื่องประดับหลากสไตล์ ทั้งจี้ไข่มุก, ต่างหูไข่มุกและสร้อยคอไข่มุก ตลอดจนไข่มุกเซาท์ซีส์สีทองก็กำลังเป็นที่นิยมเช่นกัน เพราะไข่มุกสีทองเป็นไข่มุกสีที่หายากที่สุดในบรรดาไข่มุกด้วยกัน เกิดจากหอยมุกขนาดใหญ่ที่ชื่อ Golden-lipped เม็ดมุกมี ขนาดประมาณ 9.0 มิลลิเมตรขึ้นไปหรือมากกว่า พบได้ในแถบทะเล South Pacific อาทิ ประเทศออสเตรเลีย, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ และใช้เวลานานประมาณ 10 ปี กว่าที่มิกิโมโต้จะรวบรวมมุกแต่ละเม็ดที่มีความงามอันไร้ที่ติ มีความมันวาวและสีที่สม่ำเสมอได้คุณภาพตรงกัน จนกลายมาเป็นสร้อยคอไข่มุกเส้นหนึ่งของได้
       

       ส่วนเทรนด์สุดท้ายก็คือ Baroque Couture หรือเทรนด์ไข่มุกรูปทรงธรรมชาติ (Free Form) … Baroque เป็นรูปทรงไข่มุกที่เป็นที่รู้จักและพบเห็นกันอยู่ทั่วไป แต่การจะดูว่าไข่มุก Baroque เม็ดใดมีคุณภาพดีและสวยงามนั้น จะต้องดูที่ความเรียบเนียน เกลี้ยงเกลา เงางามทุกพื้นสัมผัส นั่นคือ ถึงแม้ว่าไข่มุก Baroque เม็ด นั้นจะมีลักษณะบูดเบี้ยว ไม่กลม แต่ในส่วนเว้าส่วนโค้งเหล่านั้น จะต้องมีความเรียบเนียน และสีของไข่มุกจะต้องสม่ำเสมอและเปล่งประกายเงางามเท่าเทียมกันทั่วทั้งเม็ด ซึ่งไข่มุก Baroque ลักษณะนี้ถือได้ว่าหายากยิ่งกว่าไข่มุกแบบกลมที่มีคุณภาพดีซะอีก ซึ่งพบได้เฉพาะไข่มุก Baroque ของมิกิโมโต้เท่านั้น ในขณะที่ไข่มุก Baroque ที่พบเห็นโดยทั่วไปส่วนใหญ่จะเป็นไข่มุกราคาถูกและไม่ได้คุณภาพ โดยจะถูกนำมาใช้ทำเป็นเครื่องประดับประเภท Costume Jewelry
        

       และเพราะความพิเศษ ที่ไข่มุก Baroque แต่ละเม็ดมีความไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร จึงทำให้เครื่องประดับมุกคอลเลคชั่น Baroque Couture ของมิกิโมโต้คงคุณค่า งามสง่า และเติมเสน่ห์ให้แก่หญิงสาวได้อย่างไม่รู้ลืม

ที่มา : http://www.celeb-online.net